PMC Expert | Articles
20
archive,paged,category,category-articles,category-20,paged-8,category-paged-8,ajax_fade,page_not_loaded,,qode_grid_1300,footer_responsive_adv,qode-child-theme-ver-1.0.0,qode-theme-ver-11.0,qode-theme-bridge,wpb-js-composer js-comp-ver-5.1.1,vc_responsive

Articles

ภาพหลอน (Ghosting) ปรากฏการณ์การเกิดเงาของภาพที่ไม่พึงประสงค์บนชิ้นงานพิมพ์ มักจะเกิดกับภาพที่เป็นพื้นสีมีช่องปราศจากสีเจาะอยู่ภายใน เม็ดสกรีน เม็ดของสีที่เรียงตัวกันก่อให้เกิดภาพพิมพ์ เม็ดสกรีนบวม (Dot Gain) เป็นอาการของการพิมพ์ที่เม็ดสกรีนบนแผ่นพิมพ์มีขนาดใหญ่กว่าเม็ดสกรีนบนเพลท โดยปกติจะมีขนาดใหญ่กว่าเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าใหญ่มากจะทำให้สีของงานพิมพ์ผิดเพี้ยนไปและความลึกของภาพจะน้อยลงโดยเฉพาะบริเวณที่มืด โมเร่ (Moire) มักเรียกอาการดังกล่าวว่าการเกิดลายเสื่อ เป็นปรากฏการณ์ที่รูปแบบของเม็ดสกรีนเมื่อพิมพ์สีทับซ้อนกันมีความผิดเพี้ยนไปเนื่องจากพิมพ์สีเหลื่อมฉากไของบางสีซ้อนไม่ตรงกัน หรือองศาของเม็สกรีนบางสีผิดไป หรือเม็ดสกรีนมีการเคลื่อนตัวหรือไหวตัวหรือมีรูปบิดเบี้ยว โมลผ้ายาง เพลากระบอกกลมในเครื่องพิมพ์ระบบออฟเซ็ท มีไว้เพื่อพันผ้ายางรอบกระบอกนี้ เมื่อหมุนผ่านกระบอกเพลทจะรับภาพจากเพลทแล้วถ่ายทอดภาพที่ได้ไปกระดาษที่ใช้พิมพ์ โมลเพลท เพลากระบอกกลมในเครื่องพิมพ์ระบบออฟเซ็ท มีไว้เพื่อพันเพลทรอบกระบอกนี้ เมื่อหมุนผ่านลูกหมึกจะเกิดภาพหมึกแล้วถ่ายทอดภาพที่ได้ไปยังกระบอกผ้ายาง โมลเหล็ก เพลากระบอกกลมในเครื่องพิมพ์ระบบออฟเซ็ท มีไว้เพื่อให้กระดาษที่วิ่งผ่านพันรอบกระบอกนี้ เมื่อผ่านกระบอกผ้ายางก็จะรับภาพจากผ้ายางให้ปรากฏบนกระดาษที่ใช้พิมพ์ เย็บกี่ทากาวกรรมวิธีในการยึดเล่มหนังสือให้ติดกัน เริ่มจากการจัดเก็บหน้าหนังสือเป็นชุด ๆ เย็บที่สันแต่ละชุดด้วยด้ายให้ติดกัน เก็บรวมชุดทั้งหมดให้ครบเล่ม แล้วทากาวหุ้มปก เย็บกี่หุ้มปกแข็งกรรมวิธีคล้ายกับเย็บกี่ทากาว ต่างกันตรงที่มีขั้นตอนการนำกระดาษแข็งหนามาหุ้มด้วยกระดาษบางที่มีภาพพิมพ์หรือกระดาษ/ผ้าสำหรับทำปก แล้วจึงนำปกมาติดกับตัวเล่ม เย็บมุงหลังคากรรมวิธีการยึดเล่มหนังสือให้ติดกันโดยใช้ลวดเย็บที่สันหนังสือด้วยเครื่องเย็บ ปกติโรงพิมพ์จะแนะนำเย็บ 2 จุดโดยมีระยะห่างกันพอประมาณเพื่อไม่ให้เนื้อในแต่ละแผ่นขยับไปมา รีม หน่วยวัดจำนวนแผ่นกระดาษ เท่ากับ 500 แผ่น กระดาษที่บรรจุขายและส่งให้โรงพิมพ์จะถูกห่อและขายเป็นรีม ลูกกาว ลูกกลิ้ง (Roller)ในเครื่องพิมพ์ระบบออฟเซ็ท มีหน้าที่นำพาหมึกจากรางหมึกผ่านชุดลูกกลิ้งนี้ซึ่งจะกระจายหมึกคลึงหมึกและส่งต่อหมึกให้มีความหนาของหมึกที่สม่ำเสมอไปยังโมลเพลทเพื่อสร้างภาพต่อไป ลูกน้ำ ลูกกลิ้ง (Roller)ในเครื่องพิมพ์ระบบออฟเซ็ท มีหน้าที่นำพาเยื่อน้ำส่งต่อให้โมลเพลทเพื่อกระจายไปตามบริเวณที่ไม่ต้องการให้หมึกมาติดผิวของเพลทเพื่อการสร้างภาพต่อไป สกัม...

45 นิสัยสำหรับการทำงานแบบ โตโยต้า _____________   บทที่ 1 นิสัยที่ทำให้พนักงานเติบโตขึ้น   1.เมื่อลูกน้องทำงานไม่ได้เรื่อง นิสัยของคนโตโยต้า: จะให้ลูกน้องแก้ปัญหายากๆ เพื่อกระตุ้นให้ใช้ความคิด นิสัยของคนบริษัททั่วไป: โอดครวญว่าลูกน้องไม่มีความคิด   2.เมื่อหัวหน้ารู้ว่างานมีปัญหา นิสัยของคนโตโยต้า: คิดหาทางแก้ปัญหาไปพร้อมกับลูกน้อง นิสัยของคนบริษัททั่วไป: โยนปัญหาให้ลูกน้อง   3.เมื่อต้องการให้ลูกน้องทำตามคำสั่ง นิสัยของคนโตโยต้า: อธิบายให้ลูกน้องเกิดความเข้าใจและยอมรับคำสั่ง นิสัยของคนบริษัททั่วไป: ใช้อำนาจบังคับให้ลูกน้องทำตามคำสั่ง   4.วิธีปฏิบัติกับลูกน้อง นิสัยของคนโตโยต้า: คิดหาทางทำให้ลูกน้องทำงานได้อย่างสะดวก นิสัยของคนบริษัททั่วไป: คิดหาทางทำให้ลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน   5.งานมาตรฐานกับคู่มือการทำงาน นิสัยของคนโตโยต้า: ให้ลูกน้องปรับปรุงงานมาตรฐานด้วยตัวเอง นิสัยของคนบริษัททั่วไป: ให้ลูกน้องทำตามคู่มือการทำงาน   6.เมื่อลูกน้องเกิดความไม่พอใจ นิสัยของคนโตโยต้า: ให้ลูกน้องเสนอวิธีปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่พอใจ นิสัยของคนบริษัททั่วไป: ให้ลูกน้องอดทนและคิดว่าเดี๋ยวก็ชินไปเอง    7.วิธีรับมือกับอุบัติเหตุ นิสัยของคนโตโยต้า: ไปยังที่เกิดเหตุทันที นิสัยของคนบริษัททั่วไป: คิดหาวิธีแก้ปัญหาอยู่ที่ห้องประชุม   8.แนวทางในการสอนลูกน้อง นิสัยของคนโตโยต้า: สอนลูกน้องให้เก่งกว่าตัวเอง นิสัยของคนบริษัททั่วไป: สอนลูกน้องให้เชื่อฟังคำสั่ง _____________   บทที่ 2 นิสัยในการกำจัดความสูญเปล่าได้   9.มุมมองเรื่องการค้นหาสิ่งของ นิสัยของคนโตโยต้า: มองว่าการค้นหาสิ่งของทำให้เกิดความสูญเปล่า นิสัยของคนบริษัททั่วไป: มองว่าการค้นหาสิ่งของถือเป็นส่วนหนึ่งของงาน   10.เมื่อนำเครื่องจักรมาใช้ในการทำงาน นิสัยของคนโตโยต้า: ให้พนักงานทำงานที่มีแต่คนเท่านั้นที่ทำได้ นิสัยของคนบริษัททั่วไป: ให้พนักงานทำงานที่เรื่องเครื่องจักรก็สามารถทำได้   11.วิธีทำให้พนักงานรับรู้ถึงปัญหา นิสัยของคนโตโยต้า: ใช้วิธีทำให้มองเห็นข้อมูลอย่างชัดเจน พนักงานจึงมองเห็นปัญหาได้อย่างรวดเร็ว นิสัยของคนบริษัททั่วไป: ให้วิธีให้ดูข้อมูลจากเอกสารที่เข้าใจยากพนักานจึงมองไม่เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น   12.ขั้นตอนการปรับปรุงการทำงาน นิสัยของคนโตโยต้า: ปรับปรุงโดยเริ่มจากการลด มุระ(ความไม่สม่ำเสมอ) มุริ(การฝืนทำ) และมุดะ(ความสูญเปล่า) นิสัยของคนบริษัททั่วไป: ปรับปรุงโดยเริ่มจากการลด มุริ มุระ และมุดะ   13.การทำกิจกรรม 5ส นิสัยของคนโตโยต้า: รักษาพื้นที่ปฏิบัติงานให้สะอาดและเป็นระเบียบอยู่เสมอ นิสัยของคนบริษัททั่วไป: ทำความสะอาดใหญ่ปีละ1-2 ครั้ง   14.การจัดทำเอกสาร นิสัยของคนโตโยต้า: สรุปลงในกระดาษ A3...

4.2 Understanding the needs and expectations of interested parties เข้าใจความจำเป็นและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื่องจากผลกระทบ หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสามารถขององค์กรในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดลูกค้าและข้อกำหนดของกฎหมายรวมถึงข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ องค์กรต้องกำหนด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง และ ข้อกำหนด (ความคาดหวัง) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย องค์กรต้องเฝ้าติดตามและทบทวนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อาจจะแยกเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก กับ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกเช่น Supplier (ผู้ขาย/ผู้ให้บริการ) Customer (ลูกค้า) Consumer (ผู้บริโภค) Competitors (คู่แข่ง) Regulator (หน่วยงานราชการ) Government (รัฐบาล) Union (สหภาพ) Community (ชุมชน) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในเช่น Management (ผู้บริหาร) Shareholder (ผู้ถือหุ้น) Leader (หัวหน้างาน) Employee (พนักงาน) Driver (คนขับรถรับ-ส่งวัตถุดิบชิ้นส่วน) สำหรับความต้องการคือ Need ส่วนความคาดหวังคือ Expectation ความต้องการคือต้องมี ถ้าไม่มีอาจจะทำให้เกิดความไม่พอใจ หรืออาจจะส่งผลกระทบต่อระบบบริหารคุณภาพเช่น ลูกค้าให้ส่งของ 100% Ontime หรือของเสียต้องไม่เกิน 3 PPM ส่วนความคาดหวังคือ มีก็ดี เช่นลูกค้าอยากให้ไปรวมกิจกรรม CSR ปลูกป่า...

TOWS Matrix วิเคราะห์เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และกลยุทธ์นั้น การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ระหว่างจุดแข็งกับโอกาส จุดแข็งกับข้อจำกัด จุดอ่อนกับโอกาส จุดอ่อนกับข้อจำกัด ซึ่งผลของการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในข้อมูลแต่ละคู่ดังกล่าว ทำให้เกิดยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท กลยุทธ์เชิงรุก (SO Strategy) ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงรุก กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST Strategy) ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและข้อจำกัดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงป้องกัน ทั้งนี้เนื่องจากองค์การมีจุดแข็ง ขณะเดียวกันองค์การก็เจอกับสภาพแวดล้อมที่เป็นข้อจำกัดจากภายนอกที่องค์การควบคุมไม่ได้ แต่องค์การสามารถใช้จุดแข็งที่มีอยู่ในการป้องกันข้อจำกัดที่มาจากภายนอกได้ กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO Strategy) ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงแก้ไข ทั้งนี้เนื่องจากองค์การมีโอกาสที่จะนำแนวคิดหรือวิธีใหม่ ๆ มาใช้ในการแก้ไขจุดอ่อนที่องค์การมีอยู่ได้ กลยุทธ์เชิงรับ (WT Strategy) ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและข้อจำกัดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงรับ ทั้งนี้เนื่องจากองค์การเผชิญกับทั้งจุดอ่อนและข้อจำกัดภายนอกที่องค์การไม่สามารถควบคุมได้...

BCG Matrix คือ โมเดล ที่ใช้วิเคราะห์ด้านการเงินการลงทุนเกี่ยวกับการตลาด โดยการเริ่มต้นของ GE (General Electric) และ Boston Consulting Group (BCG) BCG matrix จะแสดงฐานะหรือความแข็งแกร่งของบริษัทเมื่อเทียบกับตลาดสินค้านั้นๆ โดยใช้เกณฑ์ในการพิจารณา 2 เกณฑ์ คือ ส่วนแบ่งตลาดเชิงเปรียบเทียบ (Relative Market Share) เป็นการเปรียบเทียบกับคู่ แข่งว่าส่วนแบ่งตลาดของผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นกี่เท่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่สำคัญ ความน่าสนใจของตลาด (Market Attractiveness) หรือ อัตราการเติบโตของตลาดสินค้า (Market Growth Rate) คือ อัตราการขยายตัวของตลาดสินค้าทั้งตลาดไม่ใช่ของบริษัท เพราะเกณฑ์ที่ใช้นี้เพื่อต้องการดูว่าตลาดสินค้านั้นๆ มีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด Star ได้แก่ธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดสูง อัตราความเจริญเติบโตสูง ธุรกิจได้กำไรสูงอันเกิดจากตลาดโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้น มักมีเงินสดน้อยหรือขาดแคลนเงินสด Cash Cow เป็นธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดสูง อัตราการเจริญเติบโตต่ำ...

PESTLE Analysis  คือเครื่องมือที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด และวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจในอนาคต โดยอาศัยข้อมูลของการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็ประกอบไปด้วย P – Politic : ปัจจัยทางนโยบายและการเมือง E – Economic : ปัจจัยทางเศรษฐกิจ S – Social : ปัจจัยทางสภาพสังคม และสุดท้าย T – Technology : ปัจจัยทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ L – Legal : ข้อกฎหมายต่างๆ ของพื้นที่นั้นๆ ที่เราต้องศึกษาเป็นอย่างดี E – Environment : หรือปัจจัยทางสภาพแวดล้อม ตัวอย่างปัจจัยภายนอก P-Political Factors กฎระเบียบภาษีใหม่ การระดมทุนของรัฐบาล การเลือกตั้งที่รอดำเนินการ Government policy Political stability or instability overseas Foreign trade policy Tax policy Labor laws Terrorism and military...

วิสัยทัศน์ (Vision) คือ เป้าหมายขององค์กรในช่วงเวลาระยะกลางถึงระยะยาว (ประมาณ 3-10 ปี) โดยปกติวิสัยทัศน์ที่ดีจะประกอบด้วย 1. เป้าหมายระยะยาว (Stretch goal) เป้าหมายขององค์กรควรเป็นตำแหน่งขององค์กรที่แตกต่างจากปัจจุบัน แสดงถึงความทะเยอทะยานขององค์กร 2. ตำแหน่งขององค์กรในตลาด (Definition of niche) ตำแหน่งขององค์กรเชิงธุรกิจในตลาด 3. ช่วงเวลา (Time horizon) ช่วงเวลาที่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์บรรลุผลสำเร็จ ความสำคัญของวิสัยทัศน์ 1. ช่วยกำหนดทิศทางและเป้าหมายขององค์กร 2. สื่อสารให้บุคลากรทราบว่า บุคลากรแต่ละท่านมีส่วนร่วมที่จะทหใองค์กรมุ่งไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างไร 3. ช่วยกระตุ้นให้บุคลากรมีความตระหนัก ผูกพัน และมุ่งมั่นปฏิบัติ 4. สื่อสารให้องค์กรภายนอกหรือคู่ค้าทางธุรกิจทราบถึงบทบาทและส่วนร่วมในการผลักดันให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย พันธกิจ คืออะไร พันธกิจ (Mission) คือ ความมุ่งหมายพื้นฐานในการจัดตั้งขององค์กร ที่จะดำเนินการในระยะยาว ขอบเขตในการดำเนินงาน ขององค์กรหรือบริษัทก็ได้ พันธกิจจะบ่งบอกว่าธุรกิจขององค์กรคืออะไร อะไรคือสิ่งที่องค์กรต้องการจะเป็น สิ่งที่องค์กรกำลังให้บริการแก่ลูกค้าอยู่ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ Key Success Factor -ประเด็นหลัก ต้องคำนึงถึงต้องพัฒนา ต้องมุ่งเน้น Goal -...

"สวอต" หรือ "SWOT" นั้นมาจากตัวย่อภาษาอังกฤษ 4 ตัว ได้แก่ S มาจาก Strengths หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบริษัท เช่น จุดแข็งด้านส่วนประสม จุดแข็งด้านการเงิน จุดแข็งด้านการผลิต จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล บริษัทจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์การตลาด W มาจาก Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในต่างๆ ของบริษัท ซึ่งบริษัทจะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหานั้น O มาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นผลจากการที่สภาพแวดล้อมภายนอกของบริษัทเอื้อประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กร โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่จุดแข็งนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน นักการตลาดที่ดีจะต้องเสาะแสวงหาโอกาสอยู่เสมอ และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น T มาจาก Threats หมายถึง อุปสรรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ได้จริง...

องค์กรต้องใช้มาตรการต่างๆที่เหมาะสมเพื่อชี้บ่งผลลัพธ์เมื่อมีความจำเป็นเพื่อให้มั่นใจการสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์และบริการ องค์กรต้องชี้บ่งสถานะผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดในการตรวจติดตามและตรวจวัด ตลอดการผลิตและการส่งมอบบริการ (เพื่อให้รู้สถานะงานในแต่ละกระบวนการ ตั้งแต่รับวัตถุดิบจนถึงจัดส่ง วัตถุประสงค์เพื่อใม่ให้นำไปใช้ผิดหรือจัดงานผิด)   องค์กรต้องควบคุมการชี้บ่งที่มีลักษณะเฉพาะ เมื่อการสอบกลับเป็นข้อกำหนดและต้องเก็บรักษา เอกสารสารสนเทศที่จำเป็นเพื่อให้สามารถทำการสอบกลับ (ต้องสร้างระบบการทวนกลับ  LOT ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงงานสำเร็จรูป วัตถุประสงค์เพื่อเวลามีปัญหาสามารถเช็คย้อนกลับได้และก็นำมาใช้ในการวิเคราะห์หาข้อมูลได้  ทางองค์กรอาจจะมีการตั้ง  LOT การบ่งชี้เช่น Production Lot: 8A1502  (8= year:2018,  A= Month:Jan, 15 =date:15 , 02 = shift2 เป็นต้น))   การชี้บ่งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าได้รับ (สามารถชี้บ่งได้เช่นเราผลิตงาน  10,000 ชิ้นวันที่ 1/2/2018 เราต้องมีระบบในการบันทึกแล้วย้อนบอกได้เช่น ได้ส่งงานของ  Lot  ของวันที่1 ไปโดยส่งไป วันที่ 4/2/18 จำนวน 5,000 ชิ้น, 6/2/18 จำนวน 5,000 ชิ้น)   ชี้บ่งผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในตลาดและที่ผู้ใช้ (เช่นตัวอย่างถุงลมมีปัญญาในท้องตลาด(ผู้ใช้รถ) เราต้องเช็คได้ว่าเป็นLOT อะไร  LOT...

มารู้จัก Shisa Kanko, Error preventing เราจะเห็นการชี้นิ้วในโรงงานเช่นการข้ามทางแยกต้องมีการชี้ซ้าย ขวา ด้านหน้า หรือการใช้ในการซ่อมบำรุงเช่นการชี้นิ้วไปที่เครื่องจักรว่าเครื่องจักรหยุดการทำงานจริงก่อนเข้าไปซ้อม หรือการทำขับรถ   Folk Lifeจะยกชิ้นงานหรือจะถอยหลังก็มีการชี้ หรือเปล่งเสียงว่าไม่มีรถหรือส่ิงกีดขวางที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าเรามีโอกาสได้ไปขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่นก็จะเห็นพนักงานมีการชี้นิ้วเปล่งเสียงเช่นกัน โดยที่พนักงานขับรถไฟจะชี้นิ้วสัญญาณต่างๆ เช่น จ่อความเร็ว หรือที่ป้ายต่างๆเป็นต้น  ซึ่งเวลาทำอาจจะดูแปลกๆ แต่สามารถรถความผิดพลาดได้ มีการทดสอบเกี่ยวกับการทำงานโดยไม่มีการเปล่งเสียง ชี้นิ้ว  กับการทำงานที่ต้องเปล่งเสียงและชี้นิ้ว ผลการทดลองเป็นที่น่าสนใจ โดย ถ้าเราทำเฉยไม่มีการเปล่งเสียงชี้นิ้ว ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าความถูกต้องของการทำทำงานอยู่ที่ 40% มีความผิดพลาดได้ง่ายกรณีงานที่ซับซ้อน  แต่ทำแบบ Pointing and Calling มีความถูกต้องถึง 100% เป็นเพราะอะไร เหตุผลที่ 1. เพราะการชี้จะทำให้สิ่งที่เรา Focus หรือส่ิงของ กับตัวเราอยู่ใกล้กันมากขึ้น เหตุผลที่ 2. การเปล่งเสียงเป็นการดึงดูดความสนใจ (By voicing ,...